“เขื่อนปากมูล” เปิดประตูระบายน้ำ 8 บาน
เตือน ปชช. ระวังสิ่งของริมฝั่ง
นายสังวาล พรมสำลี หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร กล่าวว่า ตามที่ จังหวัดอุบลราชธานีได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ณ ห้องประชุมที่ทำการปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดย มีนายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุม
โดยที่ประชุมมีมติให้ การพิจารณาการเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ยึดถือตามหลักเกณฑ์เดิม คือ อัตราการไหลของน้ำที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย (M๗) อัตราการไหล 500 ลบ.ม./วินาที หรือ ระดับน้ำโขงที่ สถานีวัดน้ำห้วยสะคาม ที่ระดับ 95 ม.รทก. หรือ แห่งใดแห่ง ถึงก่อนเกณฑ์ก่อน ให้ดำเนินการเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำสูงสุดทั้ง ๘ บาน ได้ทันที แต่เนื่องจากในปัจจุบันระดับน้ำแม่น้ำโขง มีการขึ้น ลง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะการระบายน้ำของเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบน จึงเห็นควรให้ยึดถือการพิจารณาอัตราการไหลที่สถานีวัดสะพานเสรีประชาธิปไตย ( M 7 ) เป็นหลัก ในการกำหนด เปิด หรือ ปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บาน โดยยึดหลักเกณฑ์ คือ หากระดับน้ำ ที่สถานี M7 สูงกว่า 118.20 ม.รทก. หรืออัตราการไหลมากกว่า 500 ลบ.ม./วินาที ไหลติดต่อกัน 3 วัน ให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ ๗ ดำเนินการเปิดบานประตู ทั้ง 8 บาน และหาก ระดับน้ำสูง หรืออัตราการไหลของน้ำ ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้ทำการปิดบานประตู เพื่อลดผลกระทบระบบน้ำอุปโภค -บริโภค ของจังหวัดอุบลราชธานี
ซึ่งในขณะนี้ ระดับน้ำ ที่สถานี M 7 มีอัตราการไหลของน้ำ มีปริมาณการไหล มากกว่า 500 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2564 ติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การเปิดประตูระบายน้ำ ดังนั้น ทาง กพฝ. จะดำเนินการเปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 – 25 กันยายน 2564 เป็นเวลา 10 วัน โดยจะลดระดับน้ำวันละ ประมาณ 30-40 ซ.ม. ต่อวัน และจะเปิดบานประตูสูงสุด ทั้ง 8 บาท ในวันที่ 25 กันยายน 2564 จึงแจ้งเตือนประชาชนที่มีเรือน แพ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ตามริมตลิ่ง ให้ระมัดระวังทรัพย์สินของท่าน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการลดระดับน้ำ ในครั้งนี้ด้วย